
นิยายแปล วรรณกรรมตะวันตก
เสียงหัวเราะดังระงมและบทสนทนาโหวกเหวกภายในร้านอาหารซึ่งเปิดให้บริการยามค่ำคืน ข่าวเกี่ยวกับการโจรกรรมยังคงถูกกล่าวขานอย่างไม่หยุดหย่อน หากพูดถึงคดีน่าสะพรึงกลัวที่ใครๆ ก็พากันหวาดหวั่น ในตอนนี้ต้องยกอันดับหนึ่งให้กับ ‘จอมโจรรัตติกาล’ ที่ทางสก็อตแลนยาร์ดเองก็ไม่สามารถจับตัวได้เสียที
ในขณะที่การวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคดีนี้แบ่งออกเป็นสองฝั่ง บ้างก็มีพวกปกป้องและบ้างก็จงเกลียดจังชัง ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานะภาพและความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เสพข่าวซะส่วนใหญ่
“เมดสาวสองคนเหรอ...”
นิ้วชี้ของขุนนางหนุ่มตัวเล็กวนซ้ำกับโต๊ะคล้ายขีดเขียนอะไรบางอย่าง ทั้งฝ่ามืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็หยิบนำแก้วไวน์ของตนเองขึ้นมาดื่มด่ำ
“การเสียทั้งทรัพย์สินและคนรับใช้ไปในคราวเดียวกัน สำหรับผมเป็นเรื่องน่าเศร้าใจเหมือนกันนะครับ”
“คราวนี้นายเป็นฝ่ายโกหกฉันสินะ”
“พูดเรื่องอะไรกันครับ”
“หึ...”
เจมส์ไม่ได้ถือสาอะไรเพื่อนชายนัก เขาเลือกจิบแชมเปญรสเลิศในมือของตนเองมากกว่าการปะทะคารมไร้ประโยชน์ สีของลูกเชอร์รี่ที่กลิ้งเบาๆ ในแก้วไวน์ทรงสวยนั่นแทบจะกลืนกินไปกับแววตาสีแดงเพลิงที่มองจากด้านข้างอยู่เงียบๆ
ตัวอย่างสำนวน นิยาย
สำนวนธรรมดา นิยายวัยรุ่น สมัยใหม่
ปีกนกสยาย โผลบินไปบนท้องนภา แสงเรืองรองตกกระทบบานกระจกตรงโถงทางเดิน นักเรียนต่างชั้นเดินขวักไขว่ น่าเสียดายที่หน้าห้องพักครูกลับสงบเงียบกว่าทุกแห่ง บรรยากาศตึงเครียดและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกว่ากล่าว เป็นใครก็ต้องขยาดเป็นธรรมดา หากแต่นักเรียนดีเด่นนั้นเป็นข้อยกเว้น
ธีร์เปรยตามองรุ่นพี่ที่พลับเพรียบเม้าท์กับครูสาวอย่างออกรส
ผิดกับเขาที่ต้องช่วยจัดเอกสารของชมรมวาดรูปจนมือหงิก พูดตรงๆ มันก็ไม่ได้เป็นหน้าที่ที่เต็มใจนัก แต่เด็กหนุ่มก็กลั้นใจทำเพราะมันระเนระนาดเกินรับไหว
ว่ากันว่าเด็กสายศิลปะจะเป็นคนแปลกๆ มาพร้อมความติสและความอินดี้ แต่บางครั้งก็แค่ข้ออ้างให้ทำตัวซกมกแล้วไม่โดนด่ามากกว่า บางครั้งถ้ามันกระทบส่วนรวมก็ควรจะสนใจเสียบ้าง ธีร์คิดกับตนเองพลางชื่นชมผลงานชิ้นโบว์แดงของรุ่นน้อง
เสียงประตูเลื่อนออก เขาหันมองตามสัญชาตญาณ ปรากฏเป็นร่างของอาจารย์สาวที่ปรึกษาชมรมคนสวย เธอเปรยตามองชิ้นงานแผ่นบนสุดที่ขึ้นต้นชื่อว่า ด.ญ. ก่อนจะทำหน้าฉงนเล็กน้อย
“แปลกจังนะ ปกตินักเรียนหญิงจะไปส่งงานกับครูกรแท้ๆ”
วรรณกรรม แฟนตาซี
คราใดที่ผู้คนถึงทางตัน การมองหาผู้รู้วิชานั้นย่อมเป็นทางออกอันดับต้นๆ แต่กว่าจะยอมรับใครสักคนได้ก็อับจนจะค้นหลายครา เหมือนอย่างจอมโจรสาวผู้ยื่นอยู่เบื้องหลังผม จับจ้องด้วยสายตาบาดคม ดูกดดันน่าประหวั่นยามได้จับจ้องมอง
ผมปิดหนังสือในมือก่อนยกยิ้ม พึงพอใจในอากัปกิริยาดูมั่นคง แต่ในใจลึกๆ ก็มิได้เป็นเช่นนั้น เธอรักการผจญภัย โลดแล่นไปในยามค่ำคืนพร้อมเสียงประณามในยามเช้า อย่างน้อยก็ปลดปล่อยนกน้อยออกจากกรงทองของสังคมอย่างเต็มภาคภูมิ
---------------------------------------
สัมผัสอ่อนนุ่มห่อหุ้มร่างกาย ภายในห้องเร้นลับมิอาจคาดคะนึง เสียงเสียดสีของเนื้อผ้าดังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล กลิ่นน้ำหอมจางๆ ลอยแตะจมูก ดวงตาคมค่อยๆ ปรือตาขึ้นแม้ยังคงไว้ซึ่งความงัวเงีย แต่เมื่อได้สติก็ไม่วายจะเบิกตาอย่างเต็มตื่น ทว่าก็ไม่ใช่ยามอรุณรุ่งแสนสดใสตามใจคิด
“ตื่นแล้วหรือครับ?”
เสียงนุ่มทักถาม ทั้งในมือยังคงเย็บบางอย่างไปพลาง เสื้อคลุมสีดำขลับถูกวางบนตักลากยาวจนถึงพื้น หมวกทรงสูงอยู่ถัดไปบนโต๊ะทำงานด้านหลัง หญิงสาวรีบลุกจากเตียงนอนนุ่มสังเกตรอบๆ ก็พบว่ายังอยู่ในห้องนอนที่เธอถือวิสาสะเข้ามาแต่แรก เสื้อผ้าหน้าผมกลับเหลือแค่เดรสซับในสีขาวบาง เครื่องสำอางทุกอย่างถูกเช็ดออกจนเกลี้ยงเกลา โดยมีคู่กรณีนั่งซ่อมแซมเสื้อผ้าของเธออยู่ข้างกาย
“นี่นาย...”
“ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ ผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดี”
Setting
ตัวอย่าง
เหตุการณ์เริ่มที่ มีการทดลองสร้างอุปกรณ์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับมิติเวลา แต่กลับพลาดพลั้งเกิดอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้การเวลาบิดเบี้ยว
มีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้น เช่น คนๆนึงจู่ๆก็เด็กลง บางคนก็แก่ขึ้น แต่บางคนก็ไม่ได้รับผลกระทบ ทำให้รัฐต้องทำดันเจี๊ยนเพื่อหาหน่วยที่เก่งกาจมากพอ เพื่อไปแก้ไขปัญหา เพราะในมิติเวลาค่อนข้างอันตราย
แม้ในกิลด์จะถูกจัดฉากหรือวางแบบทดสอบเอาไว้แล้ว แต่ความบิดเบี้ยวของมิติเวลา ทำให้บางครั้งก็จะเกิดเรื่องแปลกๆ เช่นมีหลุมดำ หรือประตูกาลเวลาที่ดูดผู้เข้าร่วม ไปโลกอื่น
Oc work
ทั้ง Lore และประวัติ OC สามารถเลือกได้ว่าอยากเป็นเรื่องสั้น หรือแค่พล็อตแนะนำตัวละคร (Vtuber Debut/ Commu Roleplay)
ในวัยเด็ก เขาเป็นคนสุภาพอ่อนน้อม มักพูดจาให้กำลังใจคนอื่นเสมอ เพราะอย่างน้อยก็สามารถทำให้คนอื่นยิ้มได้ และมีชีวิตก้าวต่อไป แต่แล้ววันหนึ่งความสามารถก็ตื่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว โดยการพูดให้กำลังใจปกติของเขาส่งผลให้เพื่อนสนิทติดอยู่ในห้วงความสุขจนเหมือนเสียสติ เขาจึงถูกลงโทษอย่างหนักและถูกครอบครัวของผู้เสียหายฟ้องร้องค่าใช้จ่ายจนครอบครัวของเขาเข้าขั้นวิกฤต และแม้ถึงจะอธิบายอย่างไรก็ไม่มีใครสนใจ ไม่แม้กระทั่งจะมองเห็นเจตนาที่แท้จริงของเด็กหนุ่ม ทำให้เขาเริ่มเข้าสู่ด้านมืดและละทิ้งคำสั่งสอนแต่เดิมว่า “ทำดีต้องได้ดี” เขาเริ่มฝึกฝนวิชาโดยมีอาจารย์ผู้เป็นปริศนา ไม่มีใครรู้ว่าใครเข้ามาประสาทวิชาให้กับเขาจนถึงทุกวันนี้ เขาสามารถควบคุมสกิลการโน้มน้าว จวบจนไปถึงสามารถสร้างภาพมายาจากระยะไกลได้ แต่มีเงื่อนไขว่า สภาวะจิตใจของผู้เป็นเหยื่อจะต้องไม่ติดลบหรืออยู่ในขั้น trauma
เด็กชายจึงมีความคิดที่ว่าไอเท่มต่างๆ ไม่ว่าจะตุ๊กตา ของเล่น ของหวาน ก็เป็นเครื่องมือชั้นเลิศให้เขาใช้สกิลได้อย่างเต็มที่ทั้งนั้น